แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - guupost

หน้า: [1] 2 3 ... 11
1
บริษัท คิง คอนสตรัคชั่น 2016 จำกัด จัดจำหน่ายเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง เสาเข็มรูปตัวไอ แผ่นพื้น เสาหกเหลี่ยมกลวง จำหน่ายพื้นคอนกรีตสำเร็จรูป คุณภาพดี พร้อมบริการจัดส่ง และบริการตอกเสาเข็มด้วยปั้นจั่น โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ

ราคาเสาเข็ม
เสาเข็มหกเหลี่ยมกลวงราคา 65 บาท/เมตร ยาว 1-6 เมตร
เสาเข็มหกเหลี่ยม (อัดแรง) 68/ บาท/เมตร ยาว 3-6 เมตร
เสาเข็มไอ 15 ราคา 88 บาท /เมตร ยาว 2-6 เมตร
เสาเข็มตัวไอ 18 ราคา 120 บาท/เมตร ยาวไม่เกิน 18 เมตร 2 ท่อนต่อ
เสาเข็มไอ 22 ราคา 160 บาท/เมตร ยาว 21-22 เมตร 2 ท่อนต่อ
เสาเข็มไอ 26 ราคา 215 บาท/เมตร ยาวไม่เกิน 24 เมตร 2 ท่อนต่อ
เสาเข็มไอ 30 ราคา 260 บาท/เมตร ยาวไม่เกิน 26 เมตร 2 ท่อนต่อ
เสาเข็มไอ 35 ราคา 360 บาท/เมตร ยาวไม่เกิน 26 เมตร 2 ท่อนต่อ
ราคาตอก ขึ้นอยุ่กับจำนวน ของเสาเข็ม

ราคาแผ่นพื้น
ลวด 4 เส้น ราคา 200.- บาท/ตร.ม.
ลวด 5 เส้น ราคา 210.- บาท/ตร.ม.
ลวด 6 เส้น ราคา 220.- บาท/ตร.ม.
ลวด 7 เส้น ราคา 230.- บาท/ตร.ม. 


ติดต่อ
บจก.คิง คอนสตรัคชั่น 2016
ฝ่ายขาย : 02-0668682 / 092-7855815 / 095-4081679 / 099-8238065
Fax : 02-0451505
Email :  info@kingconstruction2016.com
ID Line : attapol099 หรือ rik36
https://www.kingconstruction2016.com
https://www.facebook.com/kaisaokem/
FB : เสาเข็มเพื่องานก่อสร้าง by คิง คอนสตรัคชั่น







2
Chornya seaweed mask by Me White สุดยอดผลิตภัณฑ์แห่งวงการมาสก์หน้าที่ขายดีในประเทศเกาหลี ยุโรป และอเมริกา สำหรับมาสก์สาหร่ายที่เป็นเนื้อสาหร่ายมาชิมาแท้ ๆ เต็มแผ่น พร้อมด้วยสารสกัดเข้มข้นจากสาหร่ายถึง 3 ชนิดและไฮโดรไลซ์คอลาเจน ที่ช่วยฟื้นฟูผิวระดับเซลล์ มาสก์หนึ่งครั้งเทียบเท่าบำรุงผิวตลอด 7 วัน ฟื้นฟูผิวและเสริมประสิทธิภาพหลังทำเลเซอร์หน้า ช่วยดูแลผิวที่ถูกทำร้ายจากรังสียูวี  หน้ากระจ่างใส กระ ฝ้าจางลงอย่างเห็นได้ชัด
@@==========@@
สอบถาม / สั่งซื้อสินค้า / สมัครตัวแทน
Line : @mewhite คลิก https://lin.ee/OFHfYt
Facebook : https://www.facebook.com/mewhite.th
Messenger : m.me/mewhite.th
Website : https://www.mewhite.co
Tel : 065 745 9993


#มาสก์เนื้อสาหร่ายแท้ ๆ เต็มแผ่น #ใช้หลังทำเลเซอร์ผิวหน้า









3
ธุรกิจ งาน / Visa & Work Permit in Thailand
« เมื่อ: 21-02-2020 , 14:21:14 »


Visa & Work Permit in Thailand 0924654509
We are professional to serve you!!! Phuket, Hua Hin, Bangkok

-Company set up
-Accounting
-Application for a work permit
-Changing visa type from Tourist to Business or Family Visa
-Work permit renewal
-Application for One year visa
-Application for Re-entry permit
-Notification of 90 days stay
-Changing location of office, place and other information listed in the work permit
-Application for a residency visa
-Notification of foreigner employee resignation
-Visa Non-B
-Visa Non-O
-Retirement Visa
-Visa Non-B
-Visa Non-O
-Retirement Visa
More info please contact
Telephone number / What app  0924654509
Line ID: teenainfo
Website : https://www.prbizcon.co.th


#Company set up in Thailand  #Company registration in Thailand  #Visa work permit in Thailand  #Non-immigrant B visa in Thailand  #Non-immigrant B visa  #Work permit in Thailand  #Non-immigrant o in Thailand  #Non-immigrant o  #Retirement visa in Thailand




4
เว็บไซต์สุ่มบัตรทรูมันนี่ฟรี
มีเกมให้ได้เล่นฟรีเยอะแยะมากมายสุ่มบัตรได้ชัวร์ใช้ได้จริงทุกใบ
มีระบบแนะนำเพื่อนได้ Bit ฟรี สามารถถอนได้ทุกยอด
Website : https://mawinvip.com/
FB.Page : https://www.facebook.com/Mawinvip2020/
มีปัญหาการใช้งานติดต่อสอบถามได้ตลอด 24 ช.ม.นะ
ฝากกดไลค์ กดติดตามเพจเพื่อรับข่าวสารเพิ่มเติมด้วยนะจ้า


สุ่มทรู, บัตรทรู, แจกบัตรทรู, สุ่ม, สุ่มบัตรทรู, วัดดวง, แลกบัตรทรู, สุ่มบัตร, สุ่มทรุ, เว็บสุ่มบัตร, สุ่ม truemoney, แจกบัตรทรู, บัตรเติมเกม, บัตรเกมHon, แจกบัตรเติมเกมออนไลน์, สุ่มบัตรทรู, ทรูมันนี่, รหัสบัตรทรูมันนี่ 14 หลัก, สุ่มทรู 50 บาท, สุ่มบัตรทรูมันนี่300, r?สุ่มทรู, บัตรทรู, แจกบัตรทรู, สุ่ม, สุ่มบัตรทรู, วัดดวง, แลกบัตรทรู, สุ่มบัตร, สุ่มทรุ, เว็บสุ่มบัตร, สุ่ม truemoney, แจกบัตรทรู, บัตรเติมเกม, บัตรเกมHon, แจกบัตรเติมเกมออนไลน์, สุ่มบัตรทรู, ทรูมันนี่, รหัสบัตรทรูมันนี่ 14 หลัก, สุ่มทรู 50 บาท, สุ่มบัตรทรูมันนี่300, random, สุ่มบัตรทรู, สุ่มบัตรเอแคช, ระบบสุ่มบัตรทรู, สุ่มบัตรประชาชน, บัตรประจําตัว, สุ่มบัตรคุกกี้, รหัสบัตรทรู, random, สุ่มบัตรฟรี, สุ่มเลขบัตร, เลขประจําตัว 13 หลัก, สมัครบัตรเงินสด, ทรู, ซื้อทรูออนไลน์, บัตรทรูมันนี่, แจกบัตรทรูมันนี่, ซื้อ true money, บัตรเงินสด, บัตรทรูมันนี่ ออนไลน์, สมัครเติมเงินออนไลน์, บัตรสมาชิก, แจกบัตรทรูมันนี่ 1000, ทรูมันนี่ออนไลน์, true เติมเงิน, สุ่มบัตรทรู 2014, ซื้อทรูมันนี่, ซื้อบัตร true money, สุ่มบัตรทรูมันนี่ 50, งานรายวันรับเงินเลย, สมัครงานทรู, เงินสด, ซื้อบัตรทรูมันนี่ ออนไลน์, สุ่มบัตรทรูมันนี่ 300, ซื้อทรูมันนี่ออนไลน์, บัตรทรู, สมัครทรู, เติมออนไลน์, สุ่มบัตรทรูมันนี่, แลกทรู, แลกทรูไม่เกรียน, แลกบัตร,สุ่มบัตรทรูมันนี่,แจกบัตรทรู, สุ่มรหัสบัตรทรูมันนี่







5
รับผลิตยูนิฟอร์ม เสื้อโปโล เสื้อแจ็คเก็ต เสื้อคอกลม เสื้อเชิ๊ต เสื้อคอวี  เสื้อชอป ตามออเดอร์
รับผลิตยูนิฟอร์มมีเนื้อผ้าหลากหลายชนิดให้เลือก

กลุ่มผ้าสำหรับเสื้อโปโล # CVC , Cflex ,TC , Hybrid , Syntrel, Drytech ,Drytouch ,TK Micro ,Tcott etc.  มีสีให้เลือกมากมายหลายสี  เสื้อโปโล รับผลิตขั้นต่ำ 60 ตัว ต่อแบบ/ต่อสี

เสื้อแจ็คเก็ต  ผ้า Cotton , Micro Fiber , Micro peach , Taslon , polyester , ผ้าเกล็ดปลา , ผ้าขูดขน  etc.  มีสีให้เลือกมากมาย และ รับผลิตขั้นต่ำ 100 ตัว

เสื้อคอกลม/คอวี  ผ้า Cotton 32 , Syntrel , Poly ,etc. มีสีให้เลือกมากมายหลากหลายสี  รับผลิตขั้นต่ำ 100 ตัว

เสื้อShirt แบบมาตรฐานสำหรับ ชาย- หญิง  มีแพทเทิร์น ทั้งแบบมาตรฐานและ Slimfitch  มีเนื้อผ้าให้เลือกหลากหลายประเภท  รับผลิตขั้นต่ำ 200 ตัว

เสื้อ workshop ผลิตจากผ้าคอมม์ทวิว  ผ้าบิสคอบ หรือเนื้อผ้าชนิดอื่นๆ  มีเนื้อผ้าให้เลือกหลายประเภท และสีให้เลือกมากมาย  รับผลิตขั้นต่ำ 100 ตัว

Tel : 02-972-7018-9
Mobile : 080-6103665 / 086-3026262
email : uu_chat2001@yahoo.com
เฟสบุ๊ค : Uchat Custombuilt
ไลน์ : auratchada


หมายเหตุ   รับทั้งงานปักไหมธรรมดา ไหมฟู ปักพร้อมพิมพ์ sub  งานสกรีนสีน้ำ สียาง สีพาทิซอล  งานsub  etc.














6
ในทุกวันนี้จำนวน user ที่ใช้งานบนโลก social ในประเทศไทยนั้นเริ่มนิ่งแล้ว และมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างน้อย แต่สิ่งหนึ่งที่มันเปลี่ยนคือ พฤติกรรมการใช้งานของคน

ตัวเลขจากสถิติศูนย์รับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์ บอกเราว่าการขาย สินค้าบน social จากปีที่แล้วเพิ่มขึ้นเกือบ 90% จาก 13 ไป 24 ซึ่งเป็นตัวเลขเยอะมาก มันทำให้เราเห็นว่าช่องทาง social ถูกนำมาใช้มากทำให้ จากตัวเลขที่โตขึ้นมีสิ่งหนึ่งที่แปรผันตรงตามมา คือ อาชญกรรมและการโกงที่เกิดขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับตัวเลขปีที่แล้วการร้องเรียนสูงขึ้น 34% แต่ที่เยอะที่สุด ที่ทำให้ทาง VerME เร่งเห็นคือมูลค่าการโกง มันโตขึ้นเกือบ 90%



ซึ่ง 90% นี่แหละที่ VerME เราอยากจะลดลงให้ต่ำลง และตัวเลขนี้ควรเข้าไปในกระเป๋าที่ถูกต้องจริงๆ

ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงในตอนนี้
1. มีหลายท่านโดนแอบอ้างเอาบัตรประชาชน จากการที่เขาเป็นผู้ขาย แล้วใช้วิธีส่ง บัตรประชาชนให้ผู้ซื้อ แต่ผู้ซื้อนำบัตรเขาไปใช้ฉ้อโกงคนอื่น
2. คนขายไม่มี credit เลยไม่สามารถขายของได้ เพราะอะไรมันถึงเกิดเหตุการแบบนี้?

ก็เพราะว่าวิธีแบบเดิมๆ ในการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจมันแพงและต่อไปเราจะใช้วิธีแบบเก่าที่เราต้อง โพตส์รีวิว โพสต์บัตรประชาชน โพตส์ Tracking no.
หรือทุกอย่างที่บ่งบอกถึงตัวเรา ไม่เว้นแม้แต่ชื่อและเบอร์โทร ในการ post ลง facebook จะลงไม่ได้อีกต่อไปเพราะคุณจะถูก facebook แบนทันที เป็น policy ใหม่ที่ facebook พึ่งประกาศมา แล้วการขายสินค้าของผู้ขาย หน้าใหม่จะลำบากขึ้นมาก แล้ว VerME จะช่วยอะไรได้บ้าง?

สิ่งที่ VerME ทำขั้นแรก คือ
- ออก VerME card เพื่อให้ผู้ขายใช้แทนบัตรประชาชน
- ผู้บริโภคสามารถเข้าไปเช็คได้ว่าคนขายคนนี้ผ่านขั้นการยืนยันกับ VerME ไหม โดยเรามี policy 19 ข้อ ผู้ขายต้องผ่านทั้งหมดเราถึงจะออก VerME card ให้
- VerME มีระบบแจ้ง Report ผู้ขาย หากมีกรณีเกิดการโกงเกิดขึ้น



แล้ว VerME ของเราคืออะไร
VerME เราเป็นระบบยืนยันตัวตนผู้ขาย หากระบบตรวจสอบแล้วว่าเป็นข้อมูลจริงและพิสูจน์ได้ เราจะออกบัตร VerME เพื่อเป็นการการันตีตัวตนให้กับคนขาย ที่ผู้ขายสามารถขายสินค้าที่ไหนก็ได้แต่ขณะที่ขายต้องแนบ VerME Card เข้าไปด้วย



VerME มีความเชื่อมั่นว่าทุคนสามารถเป็นผู้ขายได้

ช่องทางการติดต่อ
Website : verme.me
Facebook : https://www.facebook.com/verme.me/
Facebook group :
กลุ่มสำหรับบุคคลที่ต้องการซื้อขายเครื่องสำอาง :
https://www.facebook.com/groups/cosmeticss.by.verme

กลุ่มสำหรับบุคคลที่ต้องการซื้อขายอาหาร(กึ่งสำเร็จรูป อบแห้ง อื่นๆ):<
https://www.facebook.com/groups/foods.by.verme/

กลุ่มสำหรับบุคคลที่ต้องการซื้อขายตั๋วคอนเสิร์ต :
https://www.facebook.com/groups/concertticket.by.verme/

twitter : https://twitter.com/verme_me
Instagram : https://www.instagram.com/verifyme.me/






7


วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2563 หม่อมหลวงปนัดดา  ดิศกุล สมาชิกวุฒิสภา    เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติความยิ่งใหญ่ให้กับบุคคลต้นแบบ “เหมราช” ครั้งที่ 4 ประจำปี 2563 ซึ่งจัดขึ้นโดยมูลนิธิดินดีน้ำใสแห่งประเทศไทย ณ หอประชุมพุทธวิชชาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร





สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดพิธีมอบรางวัลดังกล่าวเพื่อให้ผู้ประกอบคุณงามความดีบำเพ็ญตนเป็นประโยชน์ต่อสังคม สร้างความสัมพันธ์อันดี สร้างความเป็นปึกแผ่น สร้างรากฐานที่มั่นคงในกลุ่มต่าง ๆ เช่น ครอบครัว ชุมชน องค์กร รวมไปถึงสื่อมวลชนทุก มอบรางวัลในสาขาต่างๆ จำนวน 10 สาขา ได้แก่ 1. สาขาผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ 2.สาขาผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา 3.สาขาผู้นำคุณประโยชน์จิตอาสา 4. สาขาผู้ทำคุณประโยชน์อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม 5. สาขาผู้นำด้านบริหารและพัฒนาองค์กร 6. สาขาผู้นำด้านวิชาการและพัฒนางานด้านการศึกษา 7. สาขาผู้นำด้านอนุรักษ์ป่า รักษาสิ่งแวดล้อม 8.สาขาผู้นำด้านพัฒนาและบริหารธุรกิจ 9. สาขาข้าราชการ 10. สาขาสื่อมวลชน





มีผู้ที่มีชื่อเสียงมากมาย ที่ไดรับการคัดเลือกให้รับรางวัล  อาทิ เช่น คุณสุประวัติ ปัทมสูตร  ศิลปินแห่งชาติ คุณดวงใจ หทัยกาญจน์  คุณคาร่า พลสิทธ์  ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน สมาชิกวุฒิสภา
“ พ่ออี๊ด ประวัติ ปัทมสูตร  ศิลปินแห่งชาติ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับรางวัลอันทรงคุณค่านี้ และจะสร้างสรรค์ผลงานด้วยความตั้งใจต่อไป ”



สาขาผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา อาทิ เช่น  คุณสุรินทร์ ศรีแตงทอง (อ.แป๊ะ บางกรวย)  คุณสรพงษ์ ชาตรี



ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์ คุณสุรินทร์ ศรีแตงทอง (อ.แป๊ะ บางกรวย)  ถึง “รางวัลเหมราช”ที่ได้รับในสาขาผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา นั้น “ ตนเองมีความยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ด้วยตนเองนั้นเป็นพราหมณ์ผู้ประกอบพิธีบวงสรวง ยังสามารถผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญบูรณะ ซ่อมแซม ปฏิสังขรณ์ วัดต่างๆ ช่วยเหลือสังคม ชุมชน และที่สำคัญยึดมั่นถือมั่น ในการประกอบพิธีบวงสรวง ให้ถูกต้องตามหลักศาสนพราหมณ์พิธี มาโดยตลอด จนได้รับความเชื่อถือ ถือว่ารางวัลเชิดชูเกียรตินี้ เป็นกำลังใจสำคัญที่จะผลักดันการทำงานต่างๆ ต่อไป





สาขาสื่อมวลชน อาทิ เช่น คุณนพขวัญ นาคนวล  คุณจักรเพชร กุนทอง ผู้ประกาศข่าวช่อง GMM25  คุณ วีร์ พัชรยากร ผู้ดำเนินรายการทันข่าว ช่อง3  คุณสถาพร ริยะป่า คุณชัญญ่า ชัญญา ภากรพัฒน์ ผู้ประกาศข่าวช่อง 8

8


ปัจจุบันแม้จะตกลงรับเข้าทำงานแล้ว แต่บริษัท หรือองค์กรหลายแห่งก็ยังมีข้อกำหนดให้พนักงานต้องตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงานด้วย เนื่องจากการทำงานแต่ละสายงานมีความเสี่ยงแตกต่างกัน ดังนั้ันความพร้อมของสุขภาพร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากปลอดภัยกับตนเองแล้วยังปลอดภัยต่อเพื่อนร่วมงาน หรือลูกค้า และที่สำคัญทำให้งานมีประสิทธิภาพสูงสุด

การตรวจสุขภาพก่อนเข้างานสำคัญแค่ไหน ต้องตรวจอะไรบ้าง ควรตรวจที่ไหน หากตรวจไม่ผ่านจะเป็นอะไรไหม และคำถามอีกมากมายที่หลายคนสงสัย เราได้รวบรวมคำตอบมาฝากกันแล้วในบทความนี้

ทำไมต้องตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน?
การตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงานเป็นนโยบาย หรือมาตรฐานในการรับพนักงานของแต่ละบริษัท หรือแต่ละองค์กร จุดมุ่งหมายเพื่อให้บริษัทและตัวลูกจ้างมั่นใจว่า มีสุขภาพแข็งแรงพอที่จะทำงานได้ ไม่มีความเสี่ยงจากการทำงานนั้นๆ และเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีโรคติดต่อซึ่งอาจแพร่กระจายเชื้อไปสู่เพื่อนร่วมงาน ลุกค้า นอกจากนี้ยังเป็นการรักษาภาพลักษณ์ของบริษัทด้วย โดยเฉพาะผู้มีหน้าที่ต้องพบปะติดต่อลูกค้า หรือเป็นตัวแทนของบริษัทในการประชาสัมพันธ์เรื่องต่างๆ

ทั้งนี้กฎหมายไม่ได้บังคับให้ต้องตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน ดังนั้นคุณจะไม่ตรวจก็ได้ แต่นั่นก็หมายความว่าบริษัท หรือองค์กรนั้นๆ อาจไม่พิจารณารับเข้าทำงาน อย่างไรก็ตาม งานบางประเภทก็มีกฎหมายกำหนดให้ตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงานเช่นกัน งานเหล่านี้จะเป็นงานที่มีความเสี่ยง เช่น งานที่ต้องสัมผัสสารเคมีเป็นประจำ หรือจำนวนมาก งานที่ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมอันตราย หรือมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น อยู่กับเสียงดังๆ ต้องจ้องแสงแดดอยู่ตลอดเวลา การทำงานในโรงพยาบาลที่เสี่ยงติดเชื้อและมีโอกาสแพร่เชื้อไปสู่ผู้ป่วยได้ง่าย

ตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงานควรตรวจที่ไหน?
- กำหนดโรงพยาบาลมาให้แล้ว บางครั้งบริษัทอาจทำสัญญากับโรงพยาบาลใดโรงพยาบาลหนึ่งเอาไว้โดยเฉพาะและกำหนดให้ใช้ผลตรวจสุขภาพจากโรงพยาบาลนั้นๆ บางบริษัทอาจส่งชื่อลูกจ้างให้ทางโรงพยาบาลและออกค่าใช้จ่ายให้ แต่บางบริษัทก็ไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายให้
- โรงพยาบาลรัฐ หรือเอกชนเท่านั้น หากฝ่ายบุคคลไม่ได้ระบุว่า ต้องตรวจอะไรบ้างและควรตรวจที่ไหน คุณควรสอบถามรายละเอียดให้ชัดเจนเพราะบริษัทบางแห่งไม่อนุญาตให้ใช้ผลตรวจจากคลินิก หรือสถานพยาบาลอื่นๆ ที่ไม่ใช่โรงพยาบาลรัฐ หรือเอกชน
- สถานพยาบาลทุกประเภทรวมถึงคลินิก บางบริษัทไม่เคร่งครัดมากและอนุโลมให้ใช้ผลตรวจสุขภาพจากคลินิกได้เช่นกัน

ตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน ตรวจอะไรบ้าง?
รายการตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงานของแต่ละบริษัทจะแตกต่างกันไป อาจขึ้นอยู่กับลักษณะงานและหน้าที่ที่รับผิดชอบด้วย เพราะแต่ละตำแหน่งก็มีความเสี่ยงและความจำเป็นในการตรวจไม่เท่ากัน

โดยทั่วไป รายการตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงานที่บริษัทกำหนดอาจมีดังต่อไปนี้
- ตรวจสุขภาพพื้นฐาน เช่น ซักประวัติและตรวจร่างกายทั่วไปโดยแพทย์ ตรวจชีพจร ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดัน เป็นต้น
- ตรวจสายตา หรือตรวจหู เพื่อวัดความสามารถในการมองเห็นและการได้ยินเสียง สำหรับงานที่จำเป็นต้องใช้สายตา หรือการได้ยินเสียง
- ตรวจเอกซ์เรย์ปอด ตรวจโรคระบบทางเดินหายใจ
- ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ หรืออุจจาระ
- ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดและเกล็ดเลือด
- ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
- ตรวจโรคติดต่อต่างๆ เช่น ไวรัสตับอักเสบ วัณโรค และโรคติดเชื้อเอชไอวี
- ตรวจสุขภาพฟัน
- ตรวจการตั้งครรภ์
- การตรวจอื่นๆ เช่น ตรวจหาสารเสพติด หรือที่เฉพาะอาชีพ หรือตามลักษณะงาน ตามข้อกำหนดของบริษัท หรือองค์กรนั้นๆ

ติดตามเนื้อหาคุณภาพกันต่อได้ที่
Website : https://www.honestdocs.co/health-checkup-apply-job

9


มะเร็งเป็นหนึ่งในโรคร้ายที่คร่าชีวิตของผู้คนทั่วโลกเป็นอันดับต้นๆ องค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่า ในปี พ.ศ. 2573 ทั่วโลกจะมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งราว 13 ล้านคน และประมาณ 70% ของผู้เสียชีวิตอยู่ในประเทศที่กำลังพัฒนา อย่างไรก็ตาม ปัจจัยการเกิดมะเร็งส่วนหนึ่งนอกจากจะเกิดจากพันธุกรรมแล้ว อีกส่วนหนึ่งยังเกิดจาก "พฤติกรรม" ของคุณเอง นั่นทำให้คุณสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้ หรือป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากมะเร็งได้ อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ เข้ารับการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งอย่างสม่ำเสมอ

เช็กตัวเอง คุณมีปัจจัยเสี่ยงมะเร็งหรือไม่?
- อายุ อายุที่มากขึ้นทำให้ความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งสูงขึ้นไปด้วย โดยพบว่า ผู้ป่วยมะเร็งกว่าครึ่งที่ตรวจพบมะเร็งตอนมีอายุมากกว่า 66 ปี
- บุคคลในครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็ง ทำให้รุ่นลูกหลานอาจได้รับการถ่ายทอดยีนที่ผิดปกติมาด้วย
- ดื่มสุรา หรือสูบบุหรี่ ปริมาณมากและเป็นประจำ ยิ่งดื่ม หรือสูบมากเท่าไรก็ยิ่งมีความเสี่ยงมะเร็งมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะผู้ที่ทั้งดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ซึ่งจะมีโอกาสเสี่ยงมะเร็งเพิ่มสูงมาก โดยเฉพาะมะเร็งตับและมะเร็งปอด
- มีภาวะอักเสบเรื้อรัง เช่น โรคโครห์น โรคลำไส้อักเสบ
- สัมผัสรังสีในธรรมชาติ หรือรังสีเอกซเรย์ รังสีนิวเคลียร์ หากได้รับในปริมาณที่สูงกว่ากำหนดอาจเพิ่มความเสี่ยงได้
- ได้รับแสงแดด หรือรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ในปริมาณมากและเป็นประจำ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง
- การติดเชื้อบางอย่าง เช่น เชื้อเอชพีวี เชื้อเอชไอวี เชื่อไวรัสตับอักเสบบีและซี เป็นต้น
- การได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นเวลานาน เช่น หญิงที่มีประจำเดือนเร็ว หรือหมดประจำเดือนช้า อาจเสี่ยงเกิดมะเร็งเต้านมได้มากขึ้น
- มีโรคอ้วน การมีน้ำหนักเกินสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็งหลายๆ ชนิด เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเยื่อบุมดลูก มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งไต มะเร็งตับอ่อน เป็นต้น
- ได้รับสารก่อมะเร็งที่ปนเปื้อนในอาหารและเครื่องดื่ม เช่น สารพิษอัลฟาทอกซินจากเชื้อรา สารก่อมะเร็งที่เกิดจากการปิ้ง ย่าง สารเคมีที่ใช้ในขบวนการถนอมอาหารอย่างไนโตรซามิน (Nitrosamine) และสีผสมอาหาร

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีความเสี่ยงดังที่กล่าวมา สามารถปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการปรับพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยง หรือการเข้ารับการตรวจมะเร็งที่มีความเสี่ยงสูง อย่างไรก็ตาม การมีปัจจัยเสี่ยงนั้นหมายถึงโอกาสที่จะเกิดมะเร็งเพิ่มขึ้น ไม่ได้หมายความว่า ผู้ที่ไม่มีปัจจัยเหล่านี้จะปลอดภัยจากโรคมะเร็ง

อ่านเพิ่มเติมได้ที่
Website : https://www.honestdocs.co/check-cancer

10


ในบรรดาการตรวจสุขภาพ การตรวจสุขภาพตามักเป็นสิ่งที่หลายคนมักมองข้ามเพราะคิดว่าหากไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ก็ไม่เป็นไรแต่แท้จริงแล้วมีโรคทางตาหลายโรคที่จะไม่แสดงอาการจนกว่าจะเข้าสู่ระยะรุนแรงแล้ว เมื่อถึงเวลานั้นก็อาจสายเกินกว่าจะรักษาให้เป็นปกติได้

ที่สำคัญการมองเห็นของคุณก็อาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป หรือหากเคราะห์ร้ายไปกว่านั้น คุณอาจสูญเสียการมองเห็นไปชั่วคราว หรือถาวรได้ นั่นคือเหตุผลสำคัญที่คุณไม่ควรละเลยการตรวจสุขภาพตา

ใครบ้างที่ควรตรวจตา
ผู้ที่ไม่มีอาการผิดปกติ
คุณควรตรวจตาอย่างสม่ำเสมอ แม้จะไม่มีอาการทางสายตายใดๆ เลยก็ตาม โดยแนะนำให้ตรวจตาตามช่วงอายุดังต่อไปนี้
1. เด็กแรกเกิดที่มีน้ำหนักปกติจะได้รับการตรวจร่างกายทั่วไปคร่าวๆ รวมทั้งการตรวจตาโดยจักษุแพทย์
2. เด็กอายุ 3-5 ปี จะเป็นการตรวจวัดระดับการมองเห็นด้วยแผ่นภาพและตรวจภาวะตาเข หากไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่ต้นอาจนำไปสู่ภาวะตาขี้เกียจ (Lazy eye) เป็นปัญหาสุขภาพตาที่พบได้ในเด็กเท่านั้น ปัญหานี้จะทำให้มองเห็นได้ไม่ชัด หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ในระยะยาวอาจส่งผลให้ตาบอดได้
3. อายุ 6-20 ปี ตรวจวัดสายตาสั้น ยาว เอียง ซึ่งเป็นปัญหาที่อาจทำให้เด็กมีอาการตาล้า ปวดศีรษะ และไม่มีสมาธิในการเรียน หากพ่อแม่สังเกตเห็นอาการเหล่านี้ควรพาลูกไปตรวจสายตาตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนของเด็ก
4. อายุ 21-40 ปี ควรได้รับการตรวจตาทุก 5-10 ปี
5. อายุ 40-64 ปี ควรได้รับการตรวจตาทุก 2 ปี เพราะเป็นวัยที่สายตาเริ่มเปลี่ยน อาจต้องใช้แว่นสายตายาว และเสี่ยงเกิดโรคตาต่างๆ ตามอายุที่มากขึ้น เช่น ต้อกระจก ต้อเนื้อ และต้อหิน
6. อายุ 64 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจตาปีละ 1 ครั้ง

ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง
สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อไปนี้ควรเข้ารับการตรวจตาทันที หรือตรวจเป็นประจำโดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีอายุ 40 ปี

- เด็กที่คลอดก่อนกำหนดและมีน้ำหนักตัวน้อยกว่า 1500 กรัม หรืออายุครรภ์น้อยกว่า 28 สัปดาห์ ควรรับการตรวจจากจักษุแพทย์ภายในช่วงที่ตรวจได้ หรืออายุ 4-6 สัปดาห์
- ผู้ที่มีอาการทางตาต่างๆ เช่น ปวดตา ตาแดง ตามัว เห็นภาพซ้อน น้ำตาไหล ปวดกระบอกตา หรือปวดศีรษะบ่อยๆ
- หากคนในครอบครัวเคยเป็นโรคต้อหิน หรือตาบอดไปข้างหนึ่งโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรตรวจความดันลูกตาและประสาทตาตั้งแต่อายุ 35 ปีขึ้นไป เนื่องจากต้อหินเป็นโรคที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้
- ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไทรอยด์ ควรรับการตรวจตาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
- ผู้ที่ทำงานใช้สายตามาก
- ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์
- ผู้มีปัจจัยเสี่ยงต่อจอตาฉีกขาด เช่น เคยได้รับอุบัติเหตุที่ดวงตา เคยได้รับการผ่าตัดตามาแล้ว มีสายตาสั้นบาง  เป็นต้น
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวและต้องใช้ยาที่มีผลต่อดวงตาเป็นประจำ เช่น ยารักษาวัณโรคในกลุ่มอีแทมบูทอล (Ethambutol) ยารักษาโรคเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างคลอโรควิน (Chloroquine) ยาในกลุ่มสเตียรอยด์สำหรับรักษาโรคไต เป็นต้น
- ผู้มีเชื้อชาติแอฟริกัน-อเมริกัน ซึ่งอายุมากกว่า 20 ปี

นอกจากนี้ผู้มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจคัดกรองตาแม้จะไม่มีความเสี่ยงใดๆ เนื่องจากโรคตาที่พบบ่อย หรือการเปลี่ยนแปลงของสายตามักเกิดขึ้นในช่วงวัยดังกล่าว หรือหากป่วยด้วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง ก็ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพตาด้วยเช่นกัน

ติดตามอ่านบทความสุขภาพดี ๆ กันต่อได้ที่
Website : https://www.honestdocs.co/eye-exam

11


สารเสพติดไม่ว่าจะเป็นยาบ้า เฮโรอีน ยาอี ยาไอซ์ นับเป็นสารให้โทษต่อสุขภาพร่างกาย ทั้งยังเป็นสารต้องห้ามทางกฎหมายอีกด้วย วิธีตรวจสารเสพติดในร่างกายตามมาตรฐานสากลมีหลากหลายวิธี แต่ละวิธีมีการตรวจเช่นไร แม่นยำเท่าใด เราจะอธิบายให้ทราบกัน

รูปแบบการตรวจสารเสพติด
1.การตรวจปัสสาวะ
การตรวจปัสสาวะเป็นวิธีพื้นฐานที่ดีที่สุดและเป็นที่ยอมรับในกระบวนการยุติธรรมในระดับสากล สาเหตุที่ใช้วิธีการตรวจปัสสาวะเพราะเมื่อสารเสพติดเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าจะด้วยการกิน ฉีด สูบ หรือสูดดมควัน สารเสพติดเหล่านั้นจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและอยู่ในเลือดประมาณ 2-3 ชั่วโมง จากนั้นจะถูกขับออกทางปัสสาวะและจะตกค้างอยู่ในปัสสาวะชั่วขณะหนึ่ง ระยะเวลาขึ้นอยู่กับปริมาณที่ใช้ ความถี่ ชนิดของสารเสพติด รวมทั้งสภาวะร่างกายของแต่ละคน

- หากเสพไม่ประจำ สามารถตรวจพบได้หลังการเสพ 1-3 วัน
- ผู้เสพประจำ จะมีโอกาสตรวจพบได้หลังจากเสพยาเสพติด 2-6 วัน
- ผู้เสพเรื้อรังอาจตรวจพบได้หลังจากการเสพถึง 2-3 สัปดาห์

ขั้นตอนการตรวจสารเสพติดทางปัสสาวะมีดังนี้
- การตรวจคัดกรองขั้นต้น (Screening  Test) เป็นการตรวจหาว่า มีสารเสพติดอยู่ในร่างกายหรือเปล่า แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นสารชนิดใด วิธีการตรวจคัดกรองขั้นต้นมีอยู่ 2 หลักการคือ
   *หลักการคัลเลอร์เทสต์ (Color test) หรือที่คุ้นเคยกับคำว่า “ฉี่สีม่วง” หรือ “ปัสสาวะสีม่วง” ปัจจุบันไม่นิยมนำมาใช้ตรวจแล้ว
   *หลักการทางอิมมูโนแอสเสย์ (Immunoassay) แบ่งเป็นที่ต้องใช้เครื่องอัตโนมัติในการตรวจและใช้ชุดตรวจสำเร็จรูป (Test kits) ซึ่งจะแสดงผลเป็นบวก (positive) และลบ(Negative)

- การตรวจยืนยัน (Confirmation Test) โดยใช้หลักการทางโครมาโตรกราฟฟี (Chromatography) ซึ่งเป็นเทคนิคการตรวจขั้นสูง สามารถตรวจพบสารเสพติดที่มีปริมาณน้อยได้และสามารถแยกชนิด ระบุประเภทของสารเสพติดได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ เป็นมาตรฐานสากล นิยมนำมาใช้ตรวจคัดกรองในผู้ต้องสงสัยและตรวจประเมินในผู้ที่ต้องการรับการบำบัดสารเสพติดได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ในผู้ที่ตรวจคัดกรองขั้นต้นแล้วพบว่า ผลเป็นบวก หรือมีข้อสงสัยว่า มีสารเสพติดในร่างกายจะต้องทำการตรวจยืนยันในขั้นต่อไป

2.การตรวจสารเสพติดทางเส้นผม หรือขน
เป็นอีกหนึ่งวิธีที่มีความแม่นยำอย่างมากและเริ่มใช้กันอย่างแพร่หลายในระดับสากล จุดแข็งของการตรวจด้วยเส้นผม หรือเส้นขนคือ สามารถตรวจย้อนหลังได้ยาวนาน สามารถแยกประเภทของยาเสพติดที่ใช้ได้ และหาช่วงเวลาการใช้สารเสพติดได้ด้วย

สาเหตุที่เส้นผม หรือเส้นขนสามารถนำมาตรวจสารเสพติดได้นั้น เนื่องจากว่าเมื่อสารเสพติดเข้าสู่กระแสเลือด เลือดจะไหลเวียนไปทั่วร่างกายรวมทั้งเส้นผมและเส้นขนด้วย สารเสพติดเหล่านั้นจะเกาะอยู่ตามโคนเส้นผม หรือขนนั่นเอง โดยความยาวของเส้นผมที่ต่างกันสามารถตรวจสอบประวัติการเสพที่ต่างกันด้วย

- เส้นผมยาว 1 ซม. สามารถตรวจสอบการใช้ยาเสพติดย้อนหลังได้ราวๆ 1 เดือน
- เส้นผมยาว 3 ซม. สามารถตรวจสอบการใช้ยาเสพติดย้อนหลังได้ราว 3 เดือน

นอกจากนี้วิธีตรวจสารเสพติดด้วยเส้นผมและเส้นขนยังรวดเร็วมากโดยใช้เวลาแค่ 30 นาทีก็สามารถทราบผลโดยละเอียดได้ทันที ภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ทดลองและทำวิจัยจากกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนรวมถึงจากกลุ่มพนักงานประมาณ 400 คน จากโรงงานแห่งหนึ่ง ผลจากการตรวจปัสสาวะพบผู้ที่มีการใช้สารเสพติดเพียง 1 รายเท่านั้น แต่เมื่อตรวจสารเสพติดจากเส้นผมกลับพบว่า มีผู้ใช้สารเสพติดถึง 40 คน นับได้ว่า การตรวจจากเส้นผมนี้สามารถตรวจพบสารเสพติดได้ 100 เปอร์เซ็นต์

ติดตามเนื้อหาสาระดี ๆ กันต่อได้ที่
Website : https://www.honestdocs.co/narcotic-test

12


สิ่งสำคัญที่ทำให้หลาย ๆ คนไม่ยอมตรวจสุขภาพประจำปีคือคิดว่า ยังอายุไม่มาก ร่างกายแข็งแรง ไม่มีความผิดปกติใดๆ หรือมีข้อบ่งชี้ของโรคใดๆ จึงไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพก็ได้ ส่วนบางคนก็กลัวว่า ตรวจไปแล้วจะเจอโรคภัยจะสร้างความหนักอกหนักใจให้ตนเองและคนรอบข้างเปล่าๆ

แต่ทราบไหมว่า การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นประโยชน์อย่างมากเพราะจะทำให้รู้ว่า คุณ ๆมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคใดบ้าง จะได้วางแผนการดำเนินชีวิตได้เหมาะสม หรือหากตรวจพบสัญญาณของโรคภัยไข้เจ็บตั้งแต่ในระยะเริ่มแรกก็จะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการรักษา ช่วยลดระดับความรุนแรงของโรคภัย หรือภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ลงได้ ดีกว่าปล่อยทิ้งไว้จนโรคภัยลุกลาม รักษาไม่ทัน ถึงเวลานั้นนอกจากจะต้องเสียเวล่ำเวลาเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยๆ เสียค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายอื่นๆ แล้ว ยังอาจต้องเสียความก้าวหน้าในหน้าที่การงานและความสัมพันธ์ในครอบครัวไปด้วยก็ได้

ตรวจสุขภาพประจำปีคืออะไร?
การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นการตรวจคัดกรองความเจ็บป่วยเบื้องต้นในผู้ที่ยังไม่มีอาการผิดปกติใดๆ หรืออาจมีความผิดปกติเพียงเล็กน้อย เพื่อประเมินว่า ท่านมีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน หรือค้นหาโรคภัยไข้เจ็บซึ่งอาจแฝงอยู่ในร่างกายแต่ยังไม่ปรากฏอาการผิดปกติ ดังเช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคอ้วน ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น

ทั้งนี้การตรวจสุขภาพที่ดีนั้นต้องเป็นการตรวจที่ชี้ให้เห็นถึงปัญหาด้านสุขภาพที่แท้จริงของผู้รับการตรวจ ไม่ใช่มุ่งแต่ตรวจหาโรคภัยไข้เจ็บ การตรวจที่ดีจะต้องมีการชี้แนะให้มีการส่งเสริมสุขภาพ ต้องไม่สร้างความทุกข์ทางใจ และต้องไม่ทำให้ผู้รับการตรวจเกิดความประมาท หรือชะล่าใจเมื่อตรวจไม่พบโรค
การตรวจสุขภาพตามหลักสากลจะประกอบด้วยหลัก 4 ประการคือ
- การคัดกรองเพื่อหาปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคภัย
- การให้คำแนะนำ
- การให้วัคซีนป้องกันโรค
- การให้สาร หรือยาเพื่อป้องกันโรค

อายุเท่าไรต้องเริ่มตรวจสุขภาพประจำปี และควรตรวจอะไรบ้าง?
หลาย ๆ คนอาจคิดว่า การตรวจสุขภาพเป็นเรื่องของคนสูงอายุเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปก็สามารถเริ่มเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีได้แล้ว อย่างไรก็ตาม หากคุณมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง อาทิ มีภาวะน้ำหนักเกิน เป็นโรคอ้วน บุคคลในครอบครัวมีโรคประจำตัว (เบาหวาน มะเร็ง) หรือมีอาการผิดปกติใดๆ ในร่างกาย ก็อาจไม่จำเป็นต้องรีบตรวจสุขภาพประจำปีตั้งแต่อายุ 15 ปี หรือหากจะเริ่มตรวจอายุ 15 ปี แล้วเว้นระยะไปสัก 2-5 ปี จึงค่อยตรวจซ้ำก็ได้

การคัดกรองมะเร็งต่างนั้นก็ควรทำทุกปีในผู้ที่อายุมากกว่า 40 ปี และควรทำทุก 3 ปีในผู้ที่อายุมากกว่า 20ปี

ติดตามอ่านเนื้อหาดี ๆ กันต่อได้ที่
Website : https://www.honestdocs.co/annual-health-checkup

13


อาการจาม คัดจมูก น้ำมูกไหล คันตา เป็นผื่นแดง คัน และอื่น ๆ อีกมากมาย อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า คุณกำลังแพ้อะไรสักอย่าง แน่นอนว่า วิธีรักษาและป้องกันโรคภูมิแพ้ที่ดีที่สุดนั่นก็คือ “การหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้

แต่ปัญหาสำคัญคือ หลายคนไม่รู้ว่า อาการแพ้ที่ตัวเองเป็นบ่อยๆ นั้นเกิดจากอะไรกันแน่ หากต้องการรู้สาเหตุการแพ้ที่แน่ชัดก็ควรเข้ารับ การตรวจภูมิแพ้ หรือ การทดสอบภูมิแพ้ เพื่อที่จะป้องกันอาการแพ้ได้อย่างตรงจุด

สาเหตุของการเกิดโรคภูมิแพ้
โรคภูมิแพ้ เป็นโรคภัยที่สามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย เกิดได้จากหลายสาเหตุ อย่างเช่น แพ้ยา แพ้อาหาร แพ้อากาศ แพ้ฝุ่น หรือแพ้การสัมผัสสารต่างๆ โดยอาการแพ้ไรฝุ่นเป็นสาเหตุหลักของการแพ้มากถึง 70-80% ของคนทั่วไป

แต่ไม่ว่าจะแพ้อะไรก็ตามก็ล้วนเกิดจากกลไกเดียวกันทั้งสิ้นคือ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเข้าใจว่า สารก่อภูมิแพ้นั้นๆ เป็นอันตรายจึงปล่อยสารฮีสตามีนออกมาเพื่อต่อต้าน และทำให้เกิดอาการแพ้ตามมานั่นเอง

ชนิดของสารก่อภูมิแพ้
สารก่อภูมิแพ้ แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ดังต่อไปนี้
1. สารก่อภูมิแพ้ที่เข้าสู่ร่างกายโดยการสูดดม
ตัวอย่างสารก่อภูมิแพ้ ได้แก่ เกสรดอกไม้ ไรฝุ่น รังแคสัตว์
เมื่อร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้เหล่านี้เข้าไป มักจะทำให้มีอาการคัดจมูก คันจมูก น้ำมูกไหล จามบ่อย คันตา และมีเสมหะไหลลงคอ ส่วนมากมักจะมีอาการแบบเป็นๆ หายๆ

2. สารก่อภูมิแพ้จากอาหารที่บริโภค
ตัวอย่างสารก่อภูมิแพ้ในอาหารที่พบมาก ดังเช่น อาหารทะเล ถั่ว นมวัว นมถั่วเหลือง หรือไข่

อาการแพ้อาหารจะสังเกตได้จากอาการชา หรือคันที่ปาก หู คอ หรือดวงตา มีผื่นคล้ายลมพิษ มีอาการบวมตามใบหน้า ปาก ลิ้น คอ กลืนอาหารลำบาก หายใจติดขัด เวียนศีรษะ อาเจียน หากมีอาการแพ้รุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

แต่บางคนก็มี อาการภูมิแพ้อาหารแฝง (Food Intolerance) ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถย่อยอาหารบางอย่างได้ตามปกติทำให้มักเกิดอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสียตามมา ซึ่งอาจสับสนกับการแพ้สารก่อภูมิแพ้จากอาหาร (Food allergy) จริงๆ ได้

3. สารก่อภูมิแพ้ที่สัมผัสผิวหนัง
ตัวอย่างสารก่อภูมิแพ้ อย่างเช่น น้ำยาปรับผ้านุ่ม ผงซักฟอก ผลิตภัณฑ์สำหรับผิว ยางจากผักผลไม้ หรือต้นไม้

ผู้ป่วยจะมีอาการคัน เกิดตุ่มนูนลมพิษ หรือมีผื่นขึ้นตามผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณที่สัมผัสสารก่อภูมิแพ้

ความสำคัญของการตรวจภูมิแพ้
แม้ว่า คนไข้โรคภูมิแพ้หลายคนจะสามารถปรับตัว และเรียนรู้การใช้ชีวิตร่วมกับอาการแพ้ที่เกิดขึ้นได้ หรือบางคนต้องบริโภคยาแก้แพ้เป็นประจำ แต่การตรวจภูมิแพ้ ก็ยังเป็นสิ่งสำคัญ

การตรวจภูมิแพ้จะทำให้ทราบว่า สารก่อภูมิแพ้สำหรับตัวคุณคืออะไรกันแน่ อีกทั้งยังสามารถวัดระดับความรุนแรงของการแพ้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการแพ้อย่างรุนแรง หรือการแพ้แฝง เพื่อที่จะได้สามารถหลีกเลี่ยงสารนั้น หรือระมัดระวังสารก่อภูมิแพ้นั้นๆ ได้

นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้ยังสามารถให้คำแนะนำแก่ท่านได้ ซึ่งอาจช่วยให้คุณใช้ชีวิตได้ปกติเกือบเทียบเท่าคนที่ไม่เป็นโรคภูมิแพ้เลยทีเดียว

ติดตามอ่านเนื้อหาดี ๆ ต่อได้ที่่
Website : https://www.honestdocs.co/check-allergy

14
อื่นๆ / ขุดบิตคอยน์ไม่จำกัด
« เมื่อ: 14-02-2020 , 17:50:09 »


ขุดบิตคอยน์ ไม่จำกัด
ขุดบิตไม่จำกัด รวยทันทีรับทุกวัน
ไม่ต้องเหนื่อยล้า ไม่ต้องสิ้นเปลืองค่าไฟ ไม่ต้องแข่งขันกับใคร
หาบิตคอยน์ง่ายๆ คลิ๊กเลย https://epex-unity.com/account/%3Ca%20href=%22https://epex-unity.com/?ref=D5CMdDOFmlPbIvt%22%3E%3Cimg%20class=%22block%22%20src=%22https://epex-unity.com/img/promo/EU-250.gif%22%3E%3C/a%3E
รวยทันทีรับทุกวัน การันตี ถึง5%ทุกวัน ...

Please contact more information
เว็บไซต์: https://epex-unity.com/account/%3Ca%20href=%22https://epex-unity.com/?ref=D5CMdDOFmlPbIvt%22%3E%3Cimg%20class=%22block%22%20src=%22https://epex-unity.com/img/promo/EU-250.gif%22%3E%3C/a%3E
ยูทูป : https://youtu.be/YO8u3qW3UoA
Email : mxbitroot7@gmail.com

15


การถอนฟันอาจสร้างความกังวลใจแก่ใครหลายๆ คน โดยเฉพาะหากฟันซี่นั้นเป็นฟันแท้ หากถอนออกไปเมื่อไหร่ก็จะกลายเป็นฟันหลอทันที อย่างไรก็ตาม การรักษาทางทันตกรรมบางอย่าง อย่างเช่น การจัดฟัน ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการถอนฟันไปไม่ได้

บทความนี้จะช่วยให้ท่านรู้ทุกขั้นตอนของการถอนฟัน ไม่ว่าจะถอนฟันเนื่องจากฟันผุ หรือถอนฟันเพื่อจัดฟัน เพื่อจะได้เตรียมตัวเตรียมใจ วิธีปฏิบัติตัวหลังถอนฟันเพื่อให้แผลหายดี ไม่มีอาการแทรกซ้อน รวมทั้งแนะนำการใช้สิทธิ์ประกันสังคมให้ทราบ

การถอนฟันเนื่องมาจากฟันผุกับจัดฟัน เหมือนกันหรือไม่
การถอนฟันเนื่องจากฟันผุกับถอนฟันเพื่อจัดฟัน มีสาเหตุและแนวทางการรักษาต่างกัน ดังนี้
ถอนฟันเพราะฟันผุ
โดยทั่วไปแนวทางการรักษาสำหรับฟันผุที่ยังไม่ทะลุโพรงประสาทฟันคือ การอุดฟัน แต่การรักษาสำหรับฟันผุที่ทะลุโพรงประสาทฟันแล้วมี 2 ทางเลือก
ทางเลือกแรกคือ การรักษารากฟันร่วมกับการใส่เดือยฟัน หรือครอบฟัน ส่วนอีกทางเลือกคือ การถอนฟันซี่ดังกล่าวออกไป

ถอนฟันเพราะจัดฟัน
หมอฟันจะพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น ลักษณะการซ้อนเกของฟัน ลักษณะการสบฟัน การเลือกฟันให้เป็นหลักยึดสำหรับการเคลื่อนฟันซี่อื่นๆ ความสมมาตรของฟันและกระดูกขากรรไกรซ้าย-ขวา ความอูมนูน-ความยุบของใบหน้าเมื่อมองจากด้านข้าง

นอกจากนี้ยังพิจารณาลักษณะโครงสร้างใบหน้าของผู้จัดฟันประกอบ เช่น จมูก คาง โหนกแก้ม หน้าผาก ระนาบความเอียงของระดับสายตา

เพราะฉะนั้นการเลือกซี่ฟันและจำนวนที่จะถอนจึงแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย แม้แต่ในผู้ป่วยรายเดียวกัน การถอนฟันอาจไม่ใช่ตำแหน่งที่สมมาตรกันระหว่างซ้ายขวา หรือบนล่าง

นอกจากในผู้ป่วยรายที่ต้องการจัดฟัน ซึ่งมีทั้งซี่ฟันผุและฟันซี่ที่ทันตแพทย์พิจารณาแล้วว่า ต้องถอนเพื่อการจัดฟัน ฟันทั้ง 2 ซี่นั้นอาจเป็นคนละซี่กัน การรักษาของแต่ละซี่ก็จะไม่เกี่ยวข้องใดๆ ต่อกัน แต่หากบังเอิญเป็นซี่เดียวกันก็สามารถถอนซี่ดังกล่าวโดยไม่ต้องพิจารณาอุด หรือรักษารากฟัน

สำหรับผู้มีโรคประจำตัว อาทิเช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง จำเป็นต้องมีใบส่งตัวจากหมอเจ้าของไข้มาด้วย ทันตแพทย์ถึงจะสามารถถอนฟันให้ได้เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยนั่นเอง

ตำแหน่งที่จะถอนฟันทำให้มีวิธีถอนต่างกัน หรือไม่
การถอนฟันแต่ละซี่มีหลักการเหมือนกัน ดังนี้
- หมอฟันจะซักประวัติด้านสุขภาพและการแพ้ยาก่อน
- ถ่ายภาพรังสี (x-ray) ประกอบการวินิจฉัยสรุปสาเหตุที่ต้องถอนฟันและให้เห็นถึงความยาว รูปร่าง และตำแหน่งของฟันและกระดูกบริเวณรอบๆ ฟัน
- ทันตแพทย์จะเตรียมบริเวณที่ถอนฟัน เช่น ฉีดยาชา ทำความสะอาดเหงือกและฟันข้างเคียง
- เมื่อบริเวณที่จะถอนฟันเกิดอาการชาแล้ว ทันตแพทย์จะใช้เครื่องมือที่ทำให้ฟันหลวมจากเหงือก จากนั้นจะถอนฟันออกมาด้วยคีมถอนฟัน ในบางรายทันตแพทย์อาจต้องปรับสภาพกระดูกที่อยู่ด้านล่างให้มีความเรียบเนียนขึ้น
- เมื่อถอนฟันเสร็จสิ้นแล้ว ทันตแพทย์จะปิดแผลด้วยผ้าก๊อซ บางกรณีถ้าแผลกว้าง หรือแผลลึกมาก เช่น การถอนฟันคุด หมอฟันอาจต้องเย็บแผลเพื่อให้เลือดหยุดไหลและแผลปิดสนิท สมานตัวกันเร็วยิ่งขึ้น
- ทันตแพทย์ให้คำแนะนำเกี่ยวกับข้อปฏิบัติและการดูแลแผลที่เกิดจากการถอนฟันรวมทั้งการดูแลทำความสะอาด

อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งฟันที่จะถอนแต่ละตำแหน่งที่แตกต่างกันจะทำให้มีรายละเอียดของขั้นตอนการถอนต่างกัน อาทิเช่น การถอนฟันหน้า ฟันเขี้ยว หรือฟันกรามน้อยที่มีรากเดียวจะใช้การโยกและหมุนซี่ฟัน

ส่วนการถอนฟันกรามน้อยที่มีหลายราก ฟันกรามใหญ่ หรือฟันคุด จะใช้การโยก การดันฟันไปยังช่องว่างด้านหลังของขากรรไกร หรือการตัดฟันเป็นชิ้นๆ ก่อนถอนออกจากขากรรไกร

นอกจากนี้การฉีดยาชาและลักษณะการชายังแตกต่างกันระหว่างขากรรไกรบนและล่าง รวมถึงต่างกันในระหว่างเด็กและผู้ใหญ่อีกด้วย

ติดตามเรื่องราวดี ๆ กันต่อได้ที่
Website : https://www.honestdocs.co/should-know-before-going-to-withdraw-teeth

หน้า: [1] 2 3 ... 11