ผู้เขียน หัวข้อ: Ace Combat 7: Skies Unknown สู่นภาฟ้าสีคราม  (อ่าน 13 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

26-04-2019 , 13:23:50
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 73
    • ดูรายละเอียด

ภาคใหม่เกมจำลองขับเครื่องบินชื่อดัง ที่ถึงแม้จะไม่มีอะไรโดดเด่นสะดุดตา แต่การอัปเกรดจากของที่มีอยู่ มันก็ทำให้ตัวเกมดูน่าเล่นยิ่งกว่าเดิม เมื่อพูดถึงเกมจำลองประเภท ซิมูเลเตอร์ เน้นความสมจริง หากเป็นแนวเรซซิ่งแข่งรถบนท้องถนน เราคงต้องยกนิ้วให้ Gran Turismo มาเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งก็คงไม่ต่างอะไรกับแนวขับเครื่องบิน ที่มีซีรีส์ยักษ์ใหญ่อย่าง Ace Combat ผูกขาดตลาดอยู่เจ้าเดียวเนิ่นนาน ตั้งแต่สมัยเครื่อง เพลย์สเตชัน รุ่นแรก จวบจนมาถึงยุคเครื่องคอนโซลปัจจุบัน ที่ยังคงสืบสานตำนานความยิ่งใหญ่เอาไว้ไม่แปรเปลี่ยน สำหรับผลงานภาคใหม่ลำดับ 7 นี้ บอกเล่าเหตุการณ์ในปี 2019 ในยุคสมัยที่ เหล่ามวลมนุษยชาติ เริ่มหันมาพึ่งพาเทคโนโลยีสมองกล และยานบินไร้คนขับเริ่มเป็นที่นิยมในวงกว้าง โดยเฉพาะกับมหาอำนาจ Kingdom of Erusea ที่เป็นฝ่ายละเมิดสัญญาสงบศึกก่อน และประกาศเริ่มสงครามครั้งใหม่กับมหาอำนาจคู่อริ Osean Federation ด้วยกองทัพเครื่องบินโดรนจู่โจมสุดไฮเทค ที่เปรียบเสมือน ตัวหมากสำคัญ ในการขยับพาตนเข้าใกล้เป้าหมายสูงสุด การเล่นในโหมดเนื้อเรื่อง Campaign จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน นั่นคือ ส่วนของการเล่าเรื่องผ่านฉากคัตซีน และน้ำเสียงของ Avril Mead สาวน้อยช่างซ่อม ผู้มีเชื้อนักบินอยู่ในสายเลือดใฝ่ฝันอยากเดินตามรอยบรรพบุรุษ แต่ทว่าโชคร้ายที่การโผบินครั้งแรกของเธอ จบลงด้วยการโดนลูกหลงจากไฟสงคราม เครื่องของเธอถูกยิงตก และตัวเธอก็ถูกทางกองทัพคุมตัวจับขังเอาไว้ภายในเรือนจำฐานทัพร้าง


ขณะเดียวกัน การเล่นในอีกภาคส่วน จะเป็นฉากเกมเพลย์แอ็คชั่นโฉบเฉี่ยวกลางเวหา ที่ให้ผู้เล่นได้สวมบทบาทเป็น Trigger หนุ่มนักบินมากฝีมือสังกัดฝ่าย Osean ขับเจ็ตไฟท์เตอร์สู้รบกับศัตรู อย่างไรก็ตาม ชีวิตของเขาก็ต้องมาเจอจุดเปลี่ยนพลิกผันครั้งสำคัญ เมื่อภารกิจที่ได้รับมอบหมายเกิดผิดพลาด เขาจึงตกเป็นแพะรับบาป ถูกศาลตัดสินส่งตัวไปอยู่กับเหล่านักโทษร่วมหัวจมท้ายกับ Avril Mead และนั่นจึงเป็นที่มาแห่งมหากาพย์การต่อสู้ดิ้นรนของ "กลุ่มชมรมคนหัวเน่า" ผู้มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือการได้กลับขึ้นไปแตะขอบฟ้าอีกครั้ง ทางด้านกราฟิก จากการที่พวกเขาเลือกใช้ Unreal Engine จึงทำให้ได้ภาพออกมาแลดูสวยงามสมจริง สมฐานะกับการเปิดตัวซีรีส์นี้เป็นครั้งแรกบนเครื่อง เพลย์สเตชัน 4 ไม่ว่าจะเป็นฉากเกมเพลย์ตอนเล่น ที่เห็นรายละเอียดพื้นผิวของตัวเครื่องบิน ฉากหลังทัศนียภาพ สภาพอากาศเมฆหมอกพายุฟ้าฝน ไปจนถึงฉากมูวี่คัตซีน ที่มีการนำภาพถ่ายจากสถานที่จริงเข้ามาร่วมผสมกับ CG จนบางทีก็แยกไม่ออก เรียกว่าได้ครบทั้งอรรถรส และบรรยากาศ เสมือนเราเข้าไปนั่งอยู่ในค็อกพิทของจริง เลยทีเดียว


Ace Combat ภาคนี้ยังคงรักษาธรรมเนียมการเล่นแบบ ภารกิจ เคลียร์ไปทีละมิชชั่น พร้อมกับมีกรอบเวลามาคอยบีบจำกัดตามสไตล์ซีรีส์ โดยตัวเกมจะมุ่งเน้นให้ผู้เล่นลองผิดลองถูก เลือกยานบิน และอาวุธให้เหมาะสมกับด่าน เนื่องจากในบางภารกิจ เราอาจต้องบินขับไล่ดวลสู้กลางเวหา บางเวลาอาจต้องทิ้งระเบิดปูพรมทำลายสิ่งปลูกสร้างภาคพื้นดิน หรือในบางทีอาจต้องลอบเร้นหลบซ่อนจากการตรวจจับของเรดาร์ แต่ถึงแม้ว่าเราจะเลือกยานผิด หรือประมาทพลาดพลั้งอะไรไปก็ตาม ตัวเกมยังมีระบบ Checkpoint ที่คอยเซฟตรงจุดสำคัญๆให้เราได้แก้ตัวแบบทันควัน ด้วยอาวุธที่เติมเต็มแม็กซ์ และสภาพเครื่องที่ใหม่สดซิงไร้รอยขีดข่วน ฉะนั้นแล้ว หากเราไม่ลดละความพยายามซะอย่าง ยังไงก็ต้องผ่านมันได้อย่างแน่นอน อีกหนึ่งจุดเด่นที่ถูกนำกลับมาปัดฝุ่นใหม่ในภาคนี้ นั่นคือฟีเจอร์ Aircraft Tree หน้าต่างเมนูปลดล็อคของแบบเกมอาร์พีจี ที่เคยถูกนำเสนอมาก่อนในภาค Infinity โดยทุกครั้งหลังเล่นจบ ผู้เล่นสามารถนำแต้ม MRP ที่ได้รับมามากน้อยตามแต่ผลงานในสนามรบ ไปแลกซื้ออาวุธจรวดมิสไซล์, ปลดล็อคเครื่องบินลำใหม่ๆที่เจ๋งขึ้น หรือเลือกช็อปชิ้นส่วนอัปเกรด เพื่อเพิ่มค่าสมรรถนะด้านต่างๆให้กับเครื่องบินของตนได้อย่างอิสระ ซึ่งถือเป็นการช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้เกมการเล่นควงสว่านควานหาศัตรูของเรา แลดูมีเป้าหมายมากยิ่งขึ้น
จบจากภารกิจแคมเปญที่อัดแน่นยาวเหยียดถึง 20 มิชชั่น ภายในเกมยังมีภารกิจพิเศษอีกจำนวน 3 มิชชั่น ที่ถูกสร้างมาเพื่อเล่นร่วมกับแว่นโซนี่ PlayStation VR โดยเฉพาะ อีกทั้ง โหมดออนไลน์มัลติเพลย์เยอร์ ก็ถูกบรรจุรวมอยู่ในนั้นด้วยเช่นเดียวกัน ทั้งในส่วนของโหมด Team Deathmatch และโหมดต่อสู้ลำพังตัวใครตัวมัน Battle Royale ที่ดูแล้วทางทีมผู้พัฒนา ควรพิจารณาเปลี่ยนใหม่ใช้ชื่อเป็น Free For All หรือเรียก Deathmatch เฉยๆเสียมากกว่า เพื่อกันความสับสนกับแนวเกมที่กำลังเป็นกระแสอยู่ ณ ตอนนี้ หากเปรียบเทียบ ซีรีส์เกม Ace Combat คงเป็นเหมือน เครื่องบินพาณิชย์ ที่ต้องขึ้นบิน และลงจอดบนรันเวย์ที่กำหนด รวมถึงมีเส้นทางการบินในแบบตายตัว ไม่สามารถฉีกกรอบบินท่องรอบโลกได้ตามใจฝัน ถึงแม้สิ่งต่างๆที่พวกเขาทำ จะเป็นการอัปเกรดอะไรเดิมๆให้ดีขึ้น แต่การเล่นเพลย์เซฟเป็นห่วงกลัวเจ็บจนเกินไป มันก็ค่อนข้างสุ่มเสี่ยงอันตรายเช่นกัน ซึ่งเราได้แต่ภาวนาเฝ้าหวังว่าสักวันหนึ่ง พวกเขาจะกล้าพุ่งทะลุออกจากโซนปลอดภัย เพื่อนำพาแฟรนไชส์นี้ทะยานไปสู่เพดานบินที่สูงกว่า

ขอบคุณข้อมูลจาก
Vegus 168
ประเด็นข่าวสด